แม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ - แสงฟ้า ผนึกกำลังดันผู้รับเหมาไทยทัดเทียบสากล เปิดแลปรูมโชว์การบริหารงานก่อสร้างอาคารสูงพิเศษต่อสาธารณะครั้งแรกของประเทศไทย

26 ม.ค. 2560

“แม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ” จับมือ “แสงฟ้า” ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันพัฒนาวงการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษในประเทศไทยให้ทัดเทียบมาตรฐานสากล จัดทำห้องแลปรูม (LAB Room) เปิดประสบการณ์การบริหารจัดการด้านวิศวกรรมต่อสาธารณะครั้งแรกของไทย ตอกย้ำความตั้งใจหลังประสบความสำเร็จในการเทรากฐานคอนกรีตใหญ่ที่สุดในไทยมาแล้ว ทั้งยังจัดสัมมนาเพื่อส่งเสริมวิชาชีพ ยกระดับอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้แข่งขันได้ในระดับสากล

รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานที่ปรึกษาโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม หรู บนทำเลโดดเด่นที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเผยว่า นวัตกรรมการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษ (Super tower) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีความยากสูงกว่าการก่อสร้างอาคารสูงทั่วไป เนื่องจากมีความซับซ้อนในการใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการด้านวิศวกรรม ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์การก่อสร้างให้ได้คุณภาพ แข็งแรง ภายใต้การบริหารต้นทุนและระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เลือกใช้บริการกับผู้รับเหมาบริษัทข้ามชาติ หรือบริษัทต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ เพราะยังไม่มั่นใจฝีมือของผู้รับเหมาคนไทย

อย่างไรก็ดี โครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม และบริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนากระบวนการดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ยกระดับมาตรฐานทัดเทียบ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงมีการร่วมมือกันจัดทำห้อง LAB Room เพื่อเปิดเผยประสบการณ์ก่อสร้างโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ ทุกขั้นตอนอย่างละเอียดให้แก่วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนนักศึกษาและสาธารณะชนทั่วไปที่สนใจเข้าชมเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

นายเดชา ตั้งสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่น้ำ เรสซิเดนท์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ ให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย ไม่เพียงด้านการออกแบบ ดีไซน์อาคารที่ถูกหลักฮวงจุ้ย ความสะดวกสบายและประโยชน์แก่ผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ แต่บริษัทยังให้ความใส่ใจในขั้นตอนการก่อสร้าง ด้วยการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการก่อสร้างที่คำนึงถึงหลักมาตรฐานความปลอดภัยนำมาประยุกต์ใช้กับการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษได้ บริษัทจึงจัดสร้างแบบห้องเสมือนจริงเพื่อใช้ทดสอบการก่อสร้าง(LAB Room) มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ไว้ใช้ทดสอบและบริหารการก่อสร้างจริงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังเตรียมจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการก่อสร้างแก่ผู้สนใจในวันที่ 5 มิถุนายน อีกด้วย

ทั้งนี้ การให้ความใส่ใจกับโครงการในด้านต่างๆ ทำให้ แม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ ได้รับรางวัลรับรองคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับเอเชีย และประเทศไทย มากที่สุดถึง 6 รางวัล ได้แก่ รางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Property Awards 2015-2016) คือรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งระดับ Best Residential High-rise Development เพียงแห่งเดียวของประเทศไทย และรางวัลในระดับ Highly Commended คือ Residential High-rise Architecture Thailand และ Residential Landscape Architecture Thailand รวมถึงรางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ 2014 ระดับ Highly Commended อีก 3 รางวัล ได้แก่ สาขา Best Luxury Condo Development (Bangkok), สาขา Best Residential Architectural Design และสาขา Best Residential Interior Design

ด้าน นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่กำลังมีการขยายตัวในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ประกอบกับราคาที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย โรงแรม หรืออาคารสำนักงานแนวสูง จึงเกิดขึ้นจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแนวโน้มในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้น ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำงานทุกขั้นตอน เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบ การวางแผนการทำงาน การบริหารจัดการการทำงาน ตลอดจนการควบคุมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จสูงสุด

สำหรับโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ คืออีกหนึ่งความภูมิใจที่ท้าทายความสามารถของบริษัท เพราะมีความพิเศษในงานก่อสร้างในหลายๆ ด้าน เช่น ความสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของอาคารสูงที่สุดของประเทศไทย ย่านเจริญกรุง ด้วยความสูง 239 เมตร จำนวน 54 ชั้น, รูปแบบอาคารที่มีลักษณะไม่ Symmetry และการเทคอนกรีตฐานรากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยปริมาณมากกว่า 8,000 ลบ.ม. ซึ่งเป็นการเทอย่างต่อเนื่องใช้รถคอนกรีตผสมเสร็จ CPAC จำนวน 60 คัน โดยประสบความสำเร็จด้วยดีและยังทำลายสถิติใหม่ เทคอนกรีต 900 ลบ.ม.ต่อชม. รวมถึงมีการใช้วิศวกรรมคุณค่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนฐานรากไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์การก่อสร้างครั้งสำคัญเช่นกัน

ที่มา www.newswit.com


Back To Top